Trending

No tags found
Thursday Jul 18, 2024

สรรพสามิตเซ็น 2 ค่ายรถจีน นำร่องหั่นราคาขาย EV ในงานมอเตอร์โชว์

กรมสรรพสามิตเร่งสปีดค่ายรถขายอีวีราคาถูกในงานมอเตอร์โชว์ 23 มี.ค.-3 เม.ย.นี้ จับมือค่ายรถลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมาตรการจูงใจซื้อรถยนต์อีวี เผย 2 ค่ายจีน “เกรท วอลล์ฯ-เอ็มจี” พร้อมสุด ๆ มีรถขายแน่นอน ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นยังต้องลุ้น “นิสสัน-มิตซูบิชิ” เร่งหาข้อสรุป ส่วน “ฮอนด้า” แสดงความสนใจแต่ยังไม่พร้อม เปิดทางค่ายที่จะเข้าร่วมโครงการทีหลังจองรถไว้ก่อนได้ คาดยอดจองรถในงานแตะ 2,000 คัน มั่นใจได้เห็นรถอีวีจีนขายราคาถูกลงตั้งแต่ 1.5-1.6 แสนบาทต่อคัน

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้มีการประชุมหลักเกณฑ์การเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องเงื่อนไขมาตรการภาษีสรรพสามิต ตามนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งกรมจะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จ และลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันก่อนงานมอเตอร์โชว์ที่จะเริ่มในวันที่ 23 มี.ค.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีความพร้อมในด้านการขายรถอีวี และมีความพร้อมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายในงานมอเตอร์โชว์ที่จะจัดขึ้นวันที่ 23 มี.ค.นี้ เนื่องจากได้มีการตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องเห็นรถอีวีราคาถูกตามมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ในช่วงการจัดงานมอเตอร์โชว์ จึงได้มีการเร่งดำเนินการในส่วนนี้ก่อน

ซึ่งเบื้องต้นก็มีค่ายรถยนต์ที่มีความพร้อมชัดเจนแล้ว จำนวน 2 รายด้วยกัน คือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กับเอ็มจี เพราะเป็นค่ายรถยนต์ที่มีการนำเข้ารถยนต์อยู่แล้ว และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการด้วย

“เราอยากเร่งให้รถออกมาโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ก่อน จึงมีการหารือกับค่ายรถที่มีความพร้อมก่อน โดยสัปดาห์นี้ จะมีการลงนามข้อตกลงกับค่ายรถที่มีความพร้อมขาย และจัดโปรโมชั่นในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งค่ายรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ ได้แก่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กับเอ็มจี”

“นอกจากนี้ ก็มีนิสสันกับมิตซูบิชิที่กำลังพิจารณาอยู่ แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะสามารถเข้าร่วมมาตรการทันงานมอเตอร์โชว์หรือไม่ ส่วนฮอนด้าก็แสดงความสนใจ แต่อาจจะยังไม่พร้อม เพราะการเข้าร่วมมาตรการ ยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ค่ายรถจะต้องพิจารณาด้วย ด้านโตโยต้าก็ดำเนินการไม่ทันงานมอเตอร์โชว์รอบนี้ เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องการส่งมอบชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ เป็นต้น”

 

ทั้งนี้ ภายในงานมอเตอร์โชว์จะเห็นรถอีวีลดราคาลงอย่างน้อยคันละ 150,000-160,000 บาท กรณีที่เป็นรถนำเข้าจากจีน แต่หากมีรถจากญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ด้วย ก็อาจจะเห็นส่วนลดถึงคันละ 300,000-400,000 บาท เพราะนอกจากได้รับเงินอุดหนุนส่วนลดจากภาครัฐแล้ว ยังได้รับส่วนลดจากการลดภาษีนำเข้าศุลกากรด้วย ซึ่งจะได้รับส่วนลดสูงกว่ารถที่นำเข้ามาจากจีน เพราะเดิมรถที่นำเข้ามาจากจีนได้สิทธิประโยชน์นำเข้ามา โดยคิดภาษีเป็นศูนย์อยู่แล้ว

“ก็คงมีรถอีวีจีนก่อนเป็นหลัก เพราะมีความพร้อม โดยคาดว่าจะมียอดจองรถอีวีในงานมอเตอร์โชว์ 1,000-2,000 คัน อย่างไรก็ดี หากค่ายที่ยังไม่ได้เซ็นกับกรมจะให้ลูกค้าจองรถไว้ก่อนก็ทำได้ แต่ราคารถจะยังไม่ได้รับการอนุมัติ”

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากผ่านช่วงงานมอเตอร์โชว์ไปแล้ว ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้รถอีวี ยังสามารถแจ้งความประสงค์มายังกรมสรรพสามิตได้เหมือนเดิม เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเปิดกว้างให้ค่ายรถยนต์เข้าร่วม ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเหมือนกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ขณะที่เงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการนั้น จะกำหนดให้ค่ายรถยนต์จะต้องเซ็นสัญญานำเข้ารถอีวี ซึ่งจะได้รับการลดอากรขาเข้า ลดภาษีสรรพสามิต และรัฐให้เงินอุดหนุนราคารถอีวี ตั้งแต่ 70,000-150,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อรถอีวีได้ในราคาถูก

โดยมีข้อผูกพันในการผลิต และการใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ ซึ่งภายในปี 2567 ค่ายรถยนต์จะต้องผลิตรถอีวีในประเทศ เท่ากับจำนวนที่นำเข้ามาในปี 2565-2566 เพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงแรก เป็นต้น ซึ่งหากค่ายรถยนต์ไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขก็จะมีบทลงโทษด้วย ยึดเงินค้ำประกันที่วางไว้ รวมถึงจะต้องเสียภาษีสรรพสามิต อากรขาเข้า และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

“หากค่ายรถยนต์ไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไข ก็จะมีบทลงโทษ ยึดเงินค้ำประกันที่วางไว้กับกรม รวมถึงจะต้องเสียภาษีสรรพสามิต อากรขาเข้า และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งนี้ ปีแรกคาดว่าจะใช้งบประมาณในการอุดหนุนราว 3,000 ล้านบาท”

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance

Back to Top