Trending

No tags found
Sunday Apr 14, 2024

ADD ปิดดีลเข้าลงทุนกิจการ 7C เม.ย.นี้

“แอดเทค ฮับ” ซื้อหุ้น “เซเว่น คอนเนค แอดไวซอรี่” ผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านบัญชี การควบคุมภายใน และการปรับโครงสร้างกิจการ สัดส่วน 46.7337% มูลค่า 140.20 ล้านบาท คาดปิดดีลแล้วเสร็จ เม.ย.นี้ จ่อบุ๊กกำไรเข้ากระเป๋าตามสัดส่วนการถือหุ้นทันที เผยดีลนี้ต่อยอดธุรกิจในรูปแบบ Digital Transformation ให้กลุ่มบริษัทที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนใน ตลท.

นายสมโภช ทนุตันติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท แอดเทค ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ADD ผู้ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการระบบสนับสนุนบริการดิจิทัลคอนเทนต์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่และให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติให้บริษัทฯ เข้าลงทุนโดยการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เซเว่น คอนเนค แอดไวซอรี่ จำกัด (7C) จำนวน 9,300 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.7337 ของหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการเพิ่มทุนของ 7C โดยจะชำระค่าตอบแทนเป็นเงินสด จำนวน 140.20 ล้านบาท

สำหรับบริษัท เซเว่น คอนเนค แอดไวซอรี่ จำกัด (7C) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชี การวางระบบควบคุมภายใน การปรับโครงสร้างกิจการ การควบรวมกิจการ และที่ปรึกษาในการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่บริษัทต่างๆ มากกว่า 30 บริษัท รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้วอีกหลายบริษัท โดยคาดว่าหลังการเข้าทำรายการ 7C จะมีบริษัทย่อยจำนวน 2 บริษัท ดังต่อไปนี้

1 .บริษัท มาย โค๊ดดิ้ง โรแมนซ์ จำกัด (MCR) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทย่อยของ 7C โดยเป็นการร่วมลงทุนกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากรด้านไอทีและนักลงทุนในธุรกิจไอที เพื่อประกอบกิจการจัดอบรมและจัดให้มีการเรียนการสอนและพัฒนาบุคลากรด้านไอที โดยมี 7C ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51.00 ของหุ้นทั้งหมดของ MCR

2.บริษัท ไท-ไท วิศวกร จำกัด (TTE) ซึ่งปัจจุบัน 7C ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นในบริษัท ไท-ไท วิศวกร จำกัด (TTE) กับผู้ถือหุ้นเดิมของ TTE เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจองซื้อหุ้นใน TTE จากผู้ถือหุ้นเดิม โดย TTE เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในสาขาต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมในการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาในการดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดย TTE มีประสบการณ์ในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้โครงการขนาดใหญ่ต่างๆ จำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เช่น One Bangkok, Central Embassy, Samyan Mitrtown, Singha Complex และ THE FORESTIAS by MQDC เป็นต้น ซึ่งกระบวนการการเข้าลงทุนใน TTE ของ 7C คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 29 เมษายน 2565

“ทั้งนี้ ADD ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อประเมินมูลค่าของ 7C และ TTE เป็นที่เรียบร้อย โดย 7C มีมูลค่ายุติธรรมส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 224.62-335.08 ล้านบาท และ TTE มีมูลค่ายุติธรรมส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 91.73-110.55 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 316.35-445.63 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาตามสัดส่วนการถือหุ้นของ ADD ที่ 46.7337% จะมีมูลค่ารวมกันประมาณ 147.84-208.26 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาที่เสนอขาย และโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตแล้ว เชื่อว่าการเข้าลงทุนของ ADD ในครั้งนี้จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นในระยะยาว”

สำหรับการเข้าลงทุนใน 7C ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดและสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในเรื่องของผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวมากขึ้น พร้อมกันนี้ ยังสามารถต่อยอดความรู้ด้านเทคโนโลยีของบริษัทฯ ในการนำเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางดิจิทัล (Digital Transformation) เข้ามาช่วยในการวางรากฐานระบบการทำงานและการดำเนินธุรกิจ ให้แก่บริษัทที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้การดูแลของ 7C ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเสริมสร้างกันทางธุรกิจ (Synergy)ในระยะยาว นอกจากนี้ กระบวนการ Digital Transformation ดังกล่าวยังสามารถเข้ามาช่วยบริษัทต่างๆ ในการลดต้นทุนในการบริหารจัดการ เพื่อให้กำไรจากการประกอบกิจการเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากดีลดังกล่าวในข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้เตรียมงบลงทุนไว้อีกกว่า 150 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของการเข้าไปลงทุน สำหรับเม็ดเงินในการลงทุนนั้นเป็นเม็ดเงินจากการระดมทุนไอพีโอในปีที่ผ่านมา ประกอบกับการดำเนินธุรกิจมีผลกำไรต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 เพิ่มเติมอีกจำนวน 0.14 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 21 มีนาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket

Back to Top