Trending

No tags found
Friday Aug 12, 2022

JR ดันปี 65 โต 15-20% ลุ้นประมูลดัน Backlog ทะลุ 1 หมื่นล้านแตกไลน์ธุรกิจ

JR เปิดปี 2565 ปักธงรายได้โต 15-20% จากปีก่อน เดินหน้ารับรู้รายได้จาก Backlog ที่ตุนไว้แล้วกว่า 4.9 พันล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ 50% ฟากซีอีโอ คาดเปิดให้ยื่นประมูลต้นปีนี้ หนุนงานในมือทะลุ 1 หมื่นลบ. พร้อมจับมือพันธมิตรรายใหญ่กลุ่มพลังงาน

นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู.ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทฯยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะมีการเติบโตของรายได้ในระดับ 15-20% เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog) มูลค่ารวม 4.9 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ได้ในปีนี้ประมาณ 50% ที่เหลือจะรับรู้ในปีถัดไป และยังไม่นับรวมงานโครงการซื้อหวยออนไลน์ถูกกฎหมายมั่นใจได้ใหม่ที่จะเข้าประมูลเพิ่มเติมอีก

“แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2565 แม้ยังคงต้องเผชิญกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์ แต่เชื่อว่าบริษัทฯยังสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้ เพราะมีงานรอรับรู้รายได้ในมือรองรับไว้อยู่แล้ว ขณะที่คาดว่างานในโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-สีชมพู เฟส 2 มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท น่าจะเปิดให้ประมูลได้ภายในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่ยังมีงานวางระบบสื่อสารอีกบางส่วน ซึ่งจะสนับสนุนให้มูลค่า Backlog เพิ่มขึ้นแตะ 1 หมื่นล้านบาท”

JR ดันปี 65 โต 15-20% ลุ้นประมูลดัน Backlog ทะลุ 1 หมื่นล้านแตกไลน์ธุรกิจ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า บริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถรักษาความสามารถการทำกำไรไว้ได้ เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะมีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้บริษัทฯยังคงเดินหน้าในการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่หลายรายในกลุ่มพลังงาน เพื่อศึกษาแนวทางการทำธุรกิจวิศวกรรมวางระบบ และการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในธุรกิจพลังงานจะต้องเร่งให้ความสำคัญ และจะมีการลงทุนมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯประเมินว่าจะมีมูลค่าการลงทุนที่สูงสามารถช่วยสร้างรายได้เพิ่ม และสนับสนุนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com

Back to Top